Diary เด็กแอด #11    บทสรุปก้าวแรกของชีวิต

                ว่างแล้ว พึ่งว่าง พึ่งมีเวลามานั่งเขียนบล็อก ความจริงมันก็ร้างไปแล้วแหละ กิ้ว ๆ เอาล่ะ มาปิดบทสรุปของเด็กแอดกันดีกว่า  (ต่อไปจะขึ้นชื่อว่าไรดีหว่า ? ไม่ใช่เด็กมัธยมล่ะ)

                เนื่องจากมันก็นานมาแล้ว เริ่มลืมหมดแล้ว เล่าคราวๆดีกว่าเนอะ หลังจากไปสัมภาษณ์อุบล แต่ติดสำรองแพทย์ มทส. ก็เลยเลือกสละสิทธิเภสัชอุบลไป เภสัชสารคามไม่ได้ไปสัมภาษณ์ มาสัมภาษณ์มทส. ตรวจร่างกายบลาๆ รอประกาศผล ติด มอบตัว เอาที่นี่เลยไม่ได้แอดมิชชั่น ไม่ได้ไปสอบเจ็ดวิชาสามัญ ไม่ได้ไปสอบแกทแพทรอบสอง ไม่ได้สมัครเลยแหละ มีไปสอบโอเน็ต เนื่องจากมทส.ไม่ได้กำหนดขั้นต่ำคะแนน ไม่ได้มีผลอะไรเท่าไร ก็ทำข้อสอบด้วยความชิว ๆ ไม่คิดอะไรมาก ไม่กดดัน แล้วก็จบม.6 อย่างสวยงาม

                และก็ถึงเวลาปิดเทอม อันยาวนาน มันเป็นปิดเทอมที่เหงามาก เหงามากๆมากม๊ากมากๆๆๆๆ เพราะหนึ่งไม่มีเรียนพิเศษ ไม่ได้เจอผู้คน บ้านอยู่ต่างอำเภอมีแต่ภูเขา วันๆคุยแต่กับนกกระแตแต้แว๊ด ร้องได้ร้องดี ร้องทั้งวัน ก็ไม่ทำอะไร กินนอน ออนไลน์ ตามนี้แหละ

                มีช่วงปลายมีนามาเข้าค่ายเตรียมความพร้อมก่อนเป็นนักศึกษาแพทย์ด้วย ที่วังน้ำเขียว โห ตอนนั้นนะ ตื่นเต้นมากๆ แบบจะได้เจอเพื่อนๆที่สำนักแล้วนะ เพื่อนที่ต้องเจอหน้ากันไปอีก 6 ปี หุหุ เพื่อนคนแรกที่เจอเลยคือ ดิน (ฉายานะ 55 เพื่อนไม่ยอมให้เอาชื่อจริงมาเขียน) และก็มีอีกเยอะๆ ตอนนั้นจำไม่หมดหรอก 80 คน ทั้งสาขาเรามีกันอยู่แค่นี้ เป็นปีที่รับเยอะที่สุดตั้งแต่เปิดมา ผู้ชายเยอะมากกก !!!!!!!!!!!! เยอะกว่าผู้หญิง อิอิ วันแรกก็มีกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ บลาๆ สนุกมากกก ต้องมาลองด้วยตัวเองถึงจะรู้ว่ามันเป็นยังไง ดินบอกว่า เน้นๆ!กิจกรรมตอนกลางคืน เธอมันส์มากจ้า

                และตอนนี้ anvy ก็เป็นนักศึกษาแพทย์ มทส. แล้ว ขอบคุณเพื่อนอุตส่าดัน ลากถูกกันขึ้นมา ขอบคุณพ่อแม่ที่สนับสนุนทุกอย่าง ขอบคุณทุกคนที่คอยให้กำลังใจ ขอบคุณตัวเองที่พยายามฝ่าฝันกันจนมายืนอยู่จุดนี้ ก้าวเล็กๆในชีวิตของฉัน ความพยายามไม่มีขายอยากได้ต้องสร้างขึ้นมาเอง ขอบคุณมทส. สถาบันที่ให้โอกาสให้เราได้ศึกษาเล่าเรียน ดีใจมากกกกกก >< ที่ได้เรียนแพทย์มทส.  ที่นี่อบอุ่นเป็นกันเอง รุ่นพี่น่ารักมากๆ ใจดี เลี้ยงขนม เลี้ยงนมบ่อยมาก เพื่อนๆก็เป็นกันเอง เรามีน้อย สนิทกันเร็วมาก คุยเหมือนรู้จักกันมา 10 ปี โดยเฉพาะดิน (ขอเม้า !!  เธอจะต้องเดินรอบตัวเองก่อนออกจากห้อง 3 รอบ เพราะกลัวลืมของ แต่สุดท้ายก็ลืมก็ดี เดินกลับมาเอาเหมือนเก่า)

                ไม่ว่าอนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร เราจะเรียนรอดไหม๊ ที่นี่เรียนสามเทอม แปปๆสอบแล้ว จะมีปัญหาหรือท้อแท้ หมดกำลังใจ แต่ก็จะพยายามก้าวเดินต่อไปในหนทางที่เลือกแล้ว จะจบออกมาเป็นแพทย์ที่ดี : )

“หมอสุรนารี หมอดีแห่งแผ่นดิน”

HNY 2013 สวัสดีปีใหม่ ^^

posted on 01 Jan 2013 21:43 by its-mind
HAPPY NEW YEAR 2013
 
ปีใหม่แล้วว ...  
ปีใหม่กับการเริ่มต้นใหม่ๆ....
หวังว่าปีนี้ จะเป็นปีที่มีความสุขมากๆ
เหมือนทุกๆปีที่ผ่านมา
 
ชีวิตคนเราจะต้องการอะไรมากมาย ... แค่เลือกที่จะยิ้มกับทุกๆอย่าง ... ชีวิตจะสุขขึ้น
 
วันนี้ฉันยิ้มให้กับอดีตที่เลวร้าย
วันนี้ฉันยิ้มให้กับคนที่เคยทำร้าย
 
สิ่งที่มันแย่ๆ เราก็ไม่จดจำ
 
เลือกแต่สิ่งที่ดีต่อสุขภาพจิต ^^
 
 
ปีนี้....ม.6 ปีสุดท้าย ...
 
จะจบมัธยมอีกไม่นานแล้วว
2 เดือน .. เอาเข้าจริงก็ใจหายเหมือนกันนะ
จะต้องเปลี่ยนชื่อบล๊อกไหม๊เนี้ย 55
 
7 วิชาสามัญ ก็ตั้งใจอ่านหนังสือกันน้าทุกคน
ยังเหลือโอเน็ตอีก
อาทิตย์หน้าสอบมิดเทอม
ตั้งใจทำให้ดีที่สุด
ไม่มีคำว่าเสียใจหรอก
ชีวิตไม่มีคำว่าย้อนเวลา
 
 
ขอให้ทุกคนมีความสุขกันทั้งชีวิตแลทุกช่วงเวลา 
 
 
 

 

ส่งความสุขสุดท้าย >>

ส.ค.ส. พระราชทานพรปีใหม่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พุทธศักราช ๒๕๕๖ แก่ประชาชนชาวไทย

“ความเมตตาเป็นคุณธรรมนำความสุข

 ช่วยปลอบปลุกปรุงใจให้หรรษา

ความกตัญญูรู้คุณผู้เมตตา

ทวีค่าของน้ำใจไมตรีเอย”

Diary เด็กแอด 56 # 10 สัมภาษณ์เภสัชอุบล

 

                แถ่นแถ้นนน  เริ่มต้นด้วยตอนเย็นวันศุกร์ (มีกีฬาสีโรงเรียน) แม่โทรมาบอกว่าตอนบ่ายจะพาไปตรวจร่างกาย

อ่อ ไปก็ไป  แต่ก่อนหน้านี้เพื่อนที่ติดด้วยกันก็บอกว่า เขารับตรวจก่อนเที่ยง นี่บ่ายแล้ว ยังตรวจอยู่อีกหรอ ?

แม่บอกไม่เป็นไร ไปตรวจคลินิกตานอกเวลาเอา   ..  พอไปถึง ได้ตรวจกับหมอตาโดยเฉพาะ หมอก็งงๆ ทำไมมาหาหมอล่ะลูก (ปรกติต้องไปตรวจอีกที่นึงอ่ะ ที่รับตรวจแบบนี้อ่ะแล้วเขาจะเซ็นใบรับรองแพทย์ให้ แต่คือหนูไปตอนมันปิดแล้ว) หนูก็บอกว่ามาตรวจตาบอดสีค่ะ หมอแกก็ขำๆ แต่ก็ตรวจนะ ตรวจตาหมดเลย ทั้งตาบอดสี การมองเห็น สายตา ตรวจแว่นให้ด้วย (หนูเป็นคนสายตาสั้นมากก) ตรวจความดันลูกตา แล้วตรวจลูกตา ที่มันเป็นเครื่องใหญ่ส่องดูลูกตา

สรุปว่า เสียค่าตรวจไป 200 -    .... 

เช้าวันอาทิตย์ อาบน้ำตื่นนอน เก็บข้าวของมุ่งสู่ ม.อุบล  ระยะทางอันไกลโพ้นจากหุบเขาแดนไกล ผ่านทุ่งนากว้างใหญ่สู่วารินชำราบ เมืองอันอบอุ่น  กว่าจะถึงก็เย็นๆเข้าที่พัก อาบน้ำแล้วก็หาข้าวกิน

ที่นี่เจอร้านเนื้อย่างเยอะมาก เย็นนั้นก็ฝากท้องที่ร้านเนื้อย่างอย่างไม่ต้องสงสัย แล้วก็ต่อด้วยเมี่ยงปลาเผาตัวโตๆ

                พอถึงวันสัมภาษณ์ เหตุการณ์ไม่คาดฝันมันก็เกิดขึ้น

 

>>>> รถยางแบน

 

แบนแต๊ดแต๋ ติดถนน ไม่สามารถเคลื่อนที่ได้เลย ซวยแล้ว เจ็ดโมงกว่า จะไปยังไงล่ะที่นี้

 

 

 

: (  

 

 

 

ดีที่มีเพื่อนมาจากโรงเรียนเดียวกันอีกสองคน โทรหากำลังอยู่เซเว่นหน้าม.พอดี

เค้าเลยใจดีแวะมารับ เพราะที่พักอยู่ห่างจากเซเว่น 200 เมตร

เลยได้ติดรถพ่อเพื่อนเข้าไป ... ขอบคุณปะป๊าจีจี้มากๆเลยนะค่ะ ><

 

พอไปถึงก็มีรุ่นพี่มารอ ให้ได้ถามข้อสงสัยต่างๆ

อีกทั้งยังใจดี ช่วยตรวจเอกสารให้ด้วย อันประกอบไปด้วย บัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน ใบ ปพ.และใบรับรองแพทย์

พอเห็นว่าใบ ปพ.เรายังไม่ได้ถ่ายเอกสาร (ก็ในรายการเอกสารเขาไม่ได้บอกไว้นี่นา)

ก็ยังอุตส่าเอาไปถ่ายให้โดยไม่คิดตัง สุดยอดดด !

เขาบอกให้เอาอะไรไปเท่าไหน หนูก็เอาไปเท่านั้นจริงๆ 55

ส่วนจีจี้เอาไปพร้อมเวอร์ มีชุดสำรองด้วย เอามาทั้งตัวจริงตัวสำรอง ถ่ายเผื่อไว้อีกต่างหาก

และจีจี้ก็เอาแฟ้มสะสมผลงานไปด้วย ซึ่งตอนนี้เรายังไม่ได้ทำ ไม่ได้คิดจะทำและก็ไม่มีอะไรจะทำด้วย

ตอนแรกก็ไม่มีไม่เป็นไรหรอกเนอะ เขาไม่ได้ให้เอามา

พอเดินเข้าไปถึงที่รายงานตัวเท่านั้นแหละ

แม่งงงงงง ! แฟ้มหนาเท่าบ้านกันทุกคน   อัยย่ะ เราเดินตัวเปล่ามากอ่ะ

ก็ต่อแถวลงทะเบียนตามสิทธิกันไป

แล้วเขาก็ให้ใบมากรอกรายละเอียด

ส่วนแรกก็ถามเรื่องทั่วไป ญาติพ่อแม่พี่น้อง

หลังๆเริ่มถาม ค่าน้ำ ค่าไฟที่บ้านเท่าไร

บ้านกี่ตารางวา มีพื้นที่เท่าไร   ตอนแรกก็งงๆถามไรหว่ะเนี้ย

แต่ก็ตอบๆไป ถามเยอะมากด้วย

แล้วก็หน้าสุดท้าย ถามว่าทำไมถึงอยากเรียนเภสัช ?

หน้าที่และบทบาทของเภสัชในความคิดเห็นของเราคืออะไร ?

พอเราเขียนเสร็จ พี่ๆก็เรียกให้ไปเอาเอกสารเครียริ่งเฮ้า เราก็เดินไปเอา

พี่เขาถามว่าน้องเขียนเสร็จยัง ส่งตรงนี้ก็ได้

เราก็อืมม เสร็จแล้ว ส่งก็ส่ง  พี่แกก็บอกน้องเดินไปตรวจตาบอดสีได้เลย

เราก็งง เดินเข้าไปตรวจตาบอดสีอีกที  (จริงๆให้ครวจมาตั้งแต่ในใบรับรองแพทย์แล้ว แต่ให้ตรวจอีก)

 

มีป้ายหลอกด้วยนะ ถ้าอ่านได้จะเป็นตาบอดสีอ่ะ

เพราะฉะนั้นก็อ่านตามที่เห็น อ่านไม่ได้ก็บอกว่าอ่านไม่ได้

ตรวจเสร็จรุ่นพี่ก็ลากไปห้องสัมภาษณ์เลย ลากไปแบบงงๆ

ตอนแรกแค่จะมารับเอกสารเฉยๆน้า แต่ก็นะ มาจนถึงหน้าห้องสัมภาษณ์ล่ะ

จากนั้นก็แจกบัตรคิว 

 

 

>>>  2   

 

 

 

คนที่2 โอ้วววว ก็ยังดีหว่ะ ไม่ใช่คนแรก

แต่ความคิดหนูผิดถนัดดดด !!!

มันมีสองห้องเว้ยยย

เพราะฉะนั้นหนูก็เป็นคนแรกของห้องที่สองไง

ป๊าดดดดด คนแรก มาตัวเปล่า ๆ จริงๆ

.

.

ก๊อกๆ  เคาะประตูห้อง ด้วยใจสั่นระรัว

ก็เดินเข้าไป สวัสดีค่ะ    ขออนุญาตนั่งนะค่ะ

ในห้องมีอาจารย์นั่งอยู่สองคน

หน้าตาใจดีๆ    แล้วก็ใจดีจริงๆด้วย

คำถามก็ไม่มีอะไรมาก แนะนำตัว

ถามญาติพี่น้อง ถามว่าอยู่โรงเรียนทำอะไรบ้าง

ถามเรื่องทั่วๆไป แล้วก็ถามว่ารู้เรื่องเกี่ยวกับที่นี่ยังไงบ้าง

ถามเรื่องการใช้ทุน ซึ่งหนูเองก็ไม่รู้อะไร แหะๆ

เหมือนเป็นการให้ความรู้มากกว่าสัมภาษณ์อีก

เป็นคนแรกด้วยล่ะมั้งอาจารย์ก็ไม่รู้จะถามอะไรเท่าไร

แต่จีจี้คนที่เท่าไรไม่รู้ แต่หลังเราแน่นอนโดนเป็นภาษาอังกฤษ

คริๆ ชีบอกว่า อาจารย์ขาหนูตื่นเต้นพูดไม่ออก 55

นอกจากจะสัมภาษณ์คนแรกแล้วก็เสร็จเป็นคนแรกด้วย

เดินกลับมาห้องประชุมเดิม เรายังเห็นบางคนรายงานตัว กรอกเอกสารอยู่เลยอ่ะ

พ่อเดินเข้ามาพอดี รถซ่อมเสร็จแล้ว  วว

แล้วก็กลับบ้านตั้งแต่ เก้าโมงกว่า   คริๆ

ห้าโมงเย็น กลับถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ

 

ปล. ผ่านสัมภาษณ์ อุบลด้วย เหลือไปจ่ายตังถึงประมาณสิ้นเดือนนี้

ปลล. ไม่ติด PI แหะๆ  เสียใจเบาๆ แต่ทำดีที่สุดแล้วเนอะ ไม่ได้ก็ช่างมัน

 

 

“อดีตแก้ไขไม่ได้ แต่อนาคตเลือกที่จะไม่ผิดอีกครั้งได้”

 

 

 

 

 

 ขอบคุณรูปภาพสวยๆจาก  phonix (user login >> http://www.skyscrapercity.com/showthread.php?t=572565&page=300 )

 

 

edit @ 24 Dec 2012 15:54:56 by anvy