ปิดเทอมแล้วจ้าา :)
posted on 08 Mar 2012 14:54 by its-mind directory Diary, Idea
edit @ 8 Mar 2012 15:59:10 by anvy
edit @ 8 Mar 2012 15:59:10 by anvy
ปอลอลิง. ไม่สามารถเอาภาพมาลงได้หมดนะขอรับ มิเช่นนั้นคงต้องรอมันโหลดกันมันส์ทีเดียวเชียวแหละ
แต่ว่าถ้าใครว่างๆ ก็แนะนำว่าถ้าดูรูปแล้วอาจจะเข้าใจมากยิ่งขึ้นนะขอรับ
ถ้าผิดพลาดอะไรยังไงก็รบกวนบอกกันได้นะขอรับ จะได้รีบนำไปแก้ไขเพื่อข้อมูลที่ถูกต้อง ^^
ศิลปะตะวันตก
ประวัติศาสตร์ศิลป์ หมายถึง ความรู้เกี่ยวกับความเป็นมาของผลงานศิลปะที่สร้างขึ้นตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งมีรูปแบบที่แตกต่างกันไปตามความเชื่อ ความศรัทธา สภาพความเป็นอยู่ สภาพแวดล้อม วัฒนธรรม การเมือง และการปกครอง ของแต่ละยุคสมัย
ประโยชน์ของศิลปะ
1. ทำให้ได้รู้จักลักษณะแบบอย่างและความแตกต่างของศิลปะแต่ละชนชาติ
2. ทำให้เข้าใจถึง ความเชื่อ ความศรัทธา สภาพความเป็นอยู่ สภาพแวดล้อม วัฒนธรรม การเมือง การปกครอง อันเป็นผลทำให้เกิดลักษณะศิลปะที่แตกต่างกัน
3. สามารถนำข้อดีและข้อบกพร่องของผลงานศิลปะในอดีตมาพัฒนาปรับปรุง เพื่อสร้างผลงานศิลปะในอนาคต
4. เพื่อให้เห็นคุณค่าของผลงานศิลปะ ในการที่จะอนุรักษ์ สืบสานและพัฒนาต่อไป เพราะอดีตคือ ผลพวงของปัจจุบัน ปัจจุบันคือ ผลพวงของอนาคต
ประวัติศาสตร์ของยุโรปแบ่งอย่างกว้าง ๆ ได้เป็น 4 ยุค คือ
1. ยุคก่อนประวัติศาสตร์ (Pre-Historic) = ยังไม่มีตัวอักษรใช้
- มนุษย์อาศัยอยู่ตามถ้ำ ดำรงชีวิตด้วยการล่าสัตว์
- ประดิษฐ์อาวุธและแกะ สลักรูปเคารพจากหิน
- นิยมสร้างผลงานจิตรกรรมบนผนังถ้ำ เพื่อบันทึกประสบการณ์ในชีวิตประจำวัน
- จิตรกรรม : ใช้เป็นสื่อประกอบเรียนรู้การล่าสัตว์ พบร่องรอยขีดข่วนด้วยของมีคมบริเวณจุดตายบนภาพสัตว์ที่วาดอยู่บนผนังถ้ำ
- ลักษณะเด่น
- ประติมากรรม : ใช้ประกอบพิธีกรรมตามความเชื่อเกี่ยวกับความอุดมสมบูรณ์ ความตาย สำนึกบาป
- มนุษย์ได้ออกจากถ้ำมาอาศัยอยู่บนพื้นที่ราบ
- มีการเพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ มีระบบการแลกเปลี่ยน
- ผลงานที่สำคัญและโดดเด่นของยุคนี้ได้แก่งานสถาปัตยกรรมสร้างจากหิน
- จิตรกรรม :
- ลักษณะเด่น : ออกแบบลวดลายด้วยเส้นเรขาคณิต
- หัตถกรรม : นำหินสีมาตกแต่งเป็นลูกปัด ทำเครื่องประดับ
- สถาปัตยกรรม : ใช้หินขนาดใหญ่จัดวางในรูปแบบที่มีการวางแผนไว้ก่อนได้เป็นอย่างดี
- อนุสาวรีย์หินล้อม (Stonehenge)
- รู้จักวิธีการหลอมทองแดงกับตะกั่ว
- รู้จักการหล่อทองแดง
- สุดท้ายของยุคนี้มีการใช้โลหะที่เป็นเหล็ก
- ใช้โลหะทำภาชนะ เครื่องใช้ไม้สอยและเครื่องประดับ
- ภาชนะเครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียงจังหวัดอุดรธานี ประเทศไทย
2. ยุคโบราณ (Ancient Age) = มีตัวอักษรใช้แล้ว
- หมายถึง ดินแดนระหว่างแม่น้ำไทกรีสและยูเฟรตีส
- มีลักษณะเป็น รูปพระจันทร์เสี้ยว
- เมโสโปเตเมียแบ่งออกเป็นสองส่วน
- มีชนชาติหลายเผ่าพันธุ์อาศัยรวมกัน มีการรบพุ่งกันอยู่เสมอ
- มีการคิดค้นประดิษฐ์ตัวอักษรลิ่ม
- ภาพ : กล่องเพลงเสียงพิณ
- กุเดีย เจ้าเมืองลากาช (Gudea,Governor of Lagash) กำลังบูชาเทพเจ้า
- ซิกูแรต
- สมัยบาบิโลน
- มีการรักษาศพไว้อย่างดีโดยทำมัมมี่
- ผลงานศิลปกรรมมีลักษณะใหญ่โตคงทนถาวรสร้างขึ้นเพื่อสนองความเชื่อเกี่ยวกับชีวิตหลังความตาย
- รูปปั้นพระราชินีเนเฟอร์ติตี
- ปิรามิดหมู่ที่เมืองกิซา
- ชาวกรีกเชื่อว่า “ศิลปะคือการเลียนแบบธรรมชาติ”
- ศิลปะกรีกแบ่งออกเป็น 4 รูปแบบ ได้แก่
° สร้างถวายเทพีอาธีน่า
° ใช้เสาแบบ ดอริก โคนเสาใหญ่ไม่มีฐาน
° หลังคาเป็นรูปหน้าจั่ว
- ได้รับอิทธิพลจากศิลปะกรีกอย่างมาก*
- มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับความกล้าหาญและวีรกรรมของวีรบุรุษ
- นิยมวาดภาพคนเหมือนและบันทึกเหตุการณ์ทางประวัติสาสตร์ รวมทั้งภาพทิวทัดต่างๆ
- ประติมากรรมอนุสวรีย์ออกุสต์ ซีซาร์
- โคลอสเซียม
- วิหารเพนธีออน
3. ยุคกลาง (Middle Age) เชื่อในคริสต์ศาสนา
- ไบเซนไทน์ คือ อาณาเขตแถบโรมันตะวันออก
- มีเมืองหลวงอยู่ที่กรุงคอนสแตนติโนเปิล
- มีพัฒการต่อเนื่องจากศิลปะโรมัน
- ให้ความสำคัญกับเรื่องราวตามพระคัมภีร์ไบเบิ้ล และความศรัทธาในคริสต์ศาสนา
- นิยมวาดบนฝาผนังและแผงไม้
- ใช้สีฝุ่น สีขี้ผึ้งร้อน และสีปูนเปียกอย่างแห้ง รวมทั้งงานโมเสก
- ใช้รูปเชิงสัญญาลักษณ์มากกว่าเลียนแบบธรรมชาติ
- ศาลาประชาคมซานมาร์ โค
- เกิดขึ้นภายใต้อิทธิพลของพระ ระบบศักดินา และสงครามครูเสด
- ให้ความสำคัญกับสถาปัตยกรรมที่สนองความต้องการทั้งฝ่ายศาสนาและฝ่ายศักดินา
- โบสถ์เซนต์ จอห์น
- หอเอนปิซา เป็นหอระฆังที่สร้างแยกออกมาโดดๆอยู่หลังโบสถ์เซนต์ จอห์น
- โบสถ์เซนต์ ฟรองท์
- โบสถ์แบมเบิร์ก (Bamberg Cathedral)
- โบสถ์เมืองทราเออร์ (Trier)
- “กอทิก” เป็นคำที่นักวิจารณ์ชาวอิตาเลียนสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาใช้เรียกผลงานศิลปะที่ด้อยค่า
- มีศูนย์กลางอยู่ที่ประเทศฝรั่งเศส
- ได้รับอิทธิพลจากศิลปะโรมันเนสก์
- ทำเพดานให้สูงขึ้น ปรับหลังคาให้มียอดแหลม
- เหนือประตูนิยมทำเป็นวงโค้งแหลม ตกแต่งด้วยประติมากรรมแกะสลักนูนสูง
- ผนังเจาะช่องว่างประดับกระจกสี
- มีเนื้อหาเกี่ยวกับศาสนาคริสต์
- ให้ความสำคัญกับเพศหญิง เคารพพระแม่มารี
- วัดโนเตรอ ดาม แห่งปารีส(Notre Dame of Paris)
- โบสถ์อาเมียงส์ (The Cathedral of Amiens)
- โบสถ์เมืองโคโลญน์
4. ยุคใหม่ (Modern Age)
- เริ่มต้นในประเทศอิตาลี
- มีการขุดค้นพบซากเมืองโบราณของกรีกและโรมัน จึงมีการนำศิลปวิทยาการที่ได้จากการขุดค้นพบมาปรับปรุง ดัดแปลงใหม่
- นำความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาใช้กับการสร้างผลงานศิลปะ
- เป็นช่วงเชื่อมต่อกับสมัยกอทิก
- เริ่มมีความคิดเกี่ยวกับมนุษยนิยม
- เริ่มให้ความสนใจกับแสงสะท้อนกับเงาในกระจกและอากาศ
- วิธีการวาดภาพโดยใช้หลักทัศนยวิทยาตามหลักวิทยาศาสตร์อีกด้วย
- มีการวาดภาพสีน้ำมัน
- ภาพ : โมนา ลิซา ศิลปิน : เลโอนาร์โด ดา วินซี
- ภาพ : Virgin of the Rocks ศิลปิน : เลโอนาร์โด ดา วินซี
- ภาพ : พิธีแต่งงานของ Arnolfini ศิลปิน : แจน แวน อิค
- ภาพ : กำเนิดวีนัส ศิลปิน : บอตตีเชลลี
- ภาพ : อาหารเมื้อสุดท้าย ศิลปิน : เลโอนาร์โด ดา วินซี
- ประติมากรรมแกะสลักหินอ่อน ปีเอตา (Pieta
- ประติมากรรมแกะสลักหินอ่อน เดวิด
- ศิลปะที่วิจิตรงดงาม แสดงรายละเอียดสลับซับซ้อน ยิ่งใหญ่อลังการ และหรูหรา
- การตกแต่งลวดลายให้ดูวิจิตรอลังการซึ่งส่วนใหญ่คือ ลายใบไม้ ดอกไม้ ช่อดอกไม้ ผสมผสานกับเส้นโค้งที่อ่อนช้อย ประดับประดาจนดูรกรุงรังเกินความจำเป็น
- สีที่ใช้ประดับตกแต่งมักจะเป็นสีทอง
- ประติมากรรมแกะสลักหินอ่อน ความปิติของเซนต์เทเรซา
- ภาพ : การลักพาตัวยุโรปา ศิลปิน : บูเช ฟรองซัว
- ทำตามแบบอย่างศิลปะบาโรก แต่ปรับรายละเอียดของรูปทรง และเส้นสายลวดลาย ให้อ่อนช้อยมากยิ่งขึ้น
- คำเปรียบเปรยว่า “ศิลปะบาโรกเหมือนบุรุษหนุ่มผู้มีความสง่า ส่วนศิลปะโรโกโกเปรียบเสมือนสตรีที่มีความงดงามยิ่ง ”
- ใช้เครื่องเรือนหรูหราประดับตกแต่งด้วยวัตถุที่ประณีตงดงาม
- กำเนิดขึ้นในฝรั่งเศสช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 17 ช่วงสมัยของพระเจ้าหลุยที่ 14
- งานจิตรกรรมของ วาโต และ บูเช
- ให้ความสำคัญกับการแสดงออกทางศิลปะที่สะท้อนเสรีภาพของบุคคลมากกว่าสะท้อนความเชื่อความศรัทธาในศาสนา และระบบศักดินา
- การเปลี่ยนแปลงการปกครองในประเทศฝรั่งเศส
- การขุดค้นพบซากเมืองปอมเปอิโบราณสมัยโรมัน
- ภาพ : The Oath of Horatii ศิลปิน : ดาวิด
- ภาพ : การตายของโสคราติส ศิลปิน : ดาวิด
- ภาพ : การตายของมาราต์ (The Death of Marat) ศิลปิน : ดาวิด
- ภาพ :Achilles Receives the Ambassadors of Agamemnon ศิลปิน : แองกร์
- ภาพ : Turkish Bath ศิลปิน : แองกร์
- ภาพ : สถานพยาบาลที่จัสฟา ศิลปิน : กรอส
- กำเนิดขึ้นทางยุโรปตอนเหนือและสหรัฐอเมริกาในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 18 ถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19
- ศิลปะที่มีความคิดเห็นขัดแย้งกับลัทธิคลาสสิกใหม่ซึ่งมีกฎระเบียบมาก
- ปรับปรุงวิธีการวาดภาพแบบบาโรกและกำหนดเรื่องราวด้วยตนเอง
- ภาพ : แพเมดูซา ศิลปิน : เจริโคท์
- ภาพ : เรือบรรทุกทาส ศิลปิน : เทอร์เนอร์
- ภาพ : เกวียนบรรทุกหญ้า ศิลปิน : คอนสเตเบิล
- ยึดถือหลักการสร้างผลงานให้ดูเหมือนจริงและเป็นจริงตามที่ตาเห็น
- มุ่งเน้นเนื้อหาความเป็นอยู่ของมนุษย์ เป็นปฏิปักษ์ต่อหลักสุนทรียศาสตร์ของลัทธิคลาสสิกใหม่และลัทธิจินตนิยม
- เชื่อว่า ในความจริงมีความงามอยู่แล้ว ศิลปินจะต้องบันทึกความงามตามที่เห็นอย่างละเอียด
- มีลักษณะการทิ้งรอยแปรงอย่างอิสระ คล่องแคล่วว่องไว ไม่เกลี่ยให้เรียบ
- ปรับสภาพแสงสีให้ใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุด
- ภาพ : กรรมกรทุบหิน ศิลปิน : กูร์เบ (Gustave Courbet)
- ภาพ : คนเก็บข้าวตก ศิลปิน : มีเล (Jean-Francois Milet)
- แบ่งออกเป็น 3 ระยะ
- โมเนได้รับการยกย่องให้เป็นบิดาของลัทธิประทับใจ
- ปกติโมเนจะไม่วาดรูปคน ชอบวาดบรรยากาศธรรมชาติมากกว่า และชอบใช้แสงตามเวลา ตามฤดูกาล
- เรอนัวร์ โปรดปรานการวาดภาพเรื่องราวเกี่ยวกับงานเลี้ยงสังสรรค์
- วาดภาพให้มีแสงตกกระทบบนรูปคนที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่
- ประติมากรรมแกะสลักหินอ่อน จูบ (The Kiss) ของ โรแดง (Auguste Rodin)
- มีความเชื่อเกี่ยวกับทฤษฎีของแสง และทฤษฎีรูปกับพื้นตามทัศนะการมองเห็นของศิลปินยุคใหม่
- เชื่อว่าแสงเป็นอนุภาค จึงระบายสีของแสงและเงาเป็นจุดเล็กๆทั่วทั้งภาพ
- เน้นวิธีการวาดภาพตามแนววิทยาศาสตร์
- ลัทธิผสานจุดสี (Pointillism)
- ให้ความสำคัญกับการแสดงออกด้วยความรู้สึกของสีมากกว่าเรื่องราว
- วาดรูปทรงที่ดูง่าย สีเป็นรูปทรงของตัวมันเอง
- เน้นรูปทรง และเรื่องราวที่ประทับใจมากกว่าวิธีการ
- ศิลปิน แวนโก๊ะ
- ก่อตัวขึ้นที่กรุงปารีส
- จิตรกรรมที่วาดด้วยสีสดใส และใช้ฝีแปรงอิสระ
- ให้ความสำคัญกับอารมณ์ภายในของศิลปินมากกว่าวัตถุภายนอก และใช้สีเป็นสื่อแสดงออกโดยไม่คำนึงความถูกต้องหรือเหมือนจริง
- ลัทธิแปลว่าสัตว์ป่า
- ผลงานให้ความรู้สึกรุนแรง ดุดันและตื่นเต้นต่อผู้พบเห็น
- ใช้สีสดๆและเส้นเด็ดเดี่ยว
- จัดภาพและสีโดยไม่คำนึงถึงความเป็นจริงตามที่ตาเห็น
- ศิลปินมุ่งที่จะแสดงออกถึงความรู้สึกภายในของตนเองมากกว่าการลอกเลียนแบบสิ่งที่อยู่ภายนอก
- ใช้สีไม่ตรงกับความเป็นจริง ทิ้งรอยพู่กันอย่างอิสระ
- เซซานได้เคยกล่าวไว้ว่า “ ถ้าเข้าใจรูปทรงของโลกภายนอก และโครงสร้างตามความจริงแล้ว จงมองรูปทรงเหล่านั้นเป็นเหลี่ยม เป็นลูกบาศก์ง่ายๆ ”
- จึงถ่ายทอดรูปทรงนั้นโดยทำเป็นรูปเหลี่ยม
- ตัดทอน ย่นย่อส่วน หรือเพิ่มเติมตกแต่งรูปทรง
- รูปทรงบังกันหรือซ้อนกันคล้ายภาพเอ็กสเรย์
- ภาพ : Clarinet and Bottle of Rum on a Mantelpiece ศิลปิน : บร้าก (Georges Braque)
- ภาพ : หุ่นนิ่งหน้าช่องหน้าต่าง ศิลปิน : กริส (Juan Gris)
- แสดงออกถึงชีวิตความเป็นอยู่ในปัจจุบัน
- เน้นถึงการแสดงอารมณ์ ความเคลื่อนไหว ความก้าวหน้าและภัยอันตราย
- นิยมเนื้อเรื่องเกี่ยวกับการเคลื่อนไหว
- วัตถุที่เลือกใช้เป็นเนื้อหาสำหรับการวาดภาพเป็นวัตถุที่เป็นสัญลักษณ์ของการเคลื่อนไหว เช่น วงล้อจักรยาน
- ภาพ : หญิงเปลือยก้าวลงบันไดศิลปิน : ดูแชมป์ (Marcel Duchamp)
- ภาพ : เชือกจูงสุนัขกำลังแกว่ง ศิลปิน : จิอาโคโม บอลล่า
- ให้ความสำคัญกับส่วนประกอบของการมองเห็นและหลักการจัดส่วนประกอบดังกล่าวมากกว่าเนื้อเรื่อง
- ภาพ : กำลังแกว่ง (Swinging) ศิลปิน : คันดินสกี
- การหล่อทองแดง การเปลี่ยนรูป (หอย -ห่าน - สมดุล – ตัวท่าน) ศิลปิน : อาร์ป (Arp,Jean)
- ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 รวมตัวกันต่อต้านสงคราม ก่อให้เกิดปฏิกิริยาทางศิลปะขึ้น
- แสดงให้เห็นถึงความน่าเกลียด ตลกขบขัน หยาบโลน
- ภาพ : Amorous Parade) ศิลปิน : ฟรานซิส ปิคาเบีย
- โถปัสสาวะ ค.ศ. 1917 มาร์เซล ดูแชมป์
- เจริญงอกงามมาจากลัทธิคติดาดา
- ส่งผลต่อลัทธิศิลปะต่างๆในระยะหลัง หรือที่เรียกกันว่าศิลปะร่วมสมัย (Contemporary Art) ในปัจจุบัน
- ภาพ : ความไม่จิรังของกวี ศิลปิน : ชิริโค (De Chirico Giorgio
- ภาพ : ช้างจากเมืองเซเลเบส ศิลปิน : แม็กเอิรนส์ (Max Ernst
- ให้ความสำคัญการแสดงออกทางความรู้สึกภายในของศิลปิน
- แสดงออกด้วยวิธีการและเทคนิคใหม่ๆบนพื้นผิววัสดุอย่างมีพลัง มีความรุนแรง
- เชื่อว่า “ สุนทรียภาพควรเป็นความรู้สึก ที่แสดงออกตามสภาพแวดล้อมที่แท้จริงของสังคม สุนทรียภาพมิใช่เป็นความรู้สึกที่แสดงออกตามแนวทางหรือ กฎเกณฑ์แห่งความงามของอดีต”
- ภาพ : น้ำตก ศิลปิน : กอร์กี้ (Arshile Gorky)
- ภาพ : ปันโจวิลลา ตายหรืออยู่ ศิลปิน : มอเธอร์เวล
- ภาพ : Full Fathom Five ศิลปิน : พอลลอค
- ลัทธิเหมือนจริงแนวใหม่ (New Realism)
- สะท้อนภาพที่แท้จริงของสังคมปัจจุบันตามความรู้ความเข้าใจของสามัญชน
- แสดงถึงความชุลมุนวุ่นวายของสังคม
- เชื่อว่าศิลปะ คือ สิ่งที่กระตุ้นความรู้สึกของผู้ชมทันทีทันใดเมื่อได้สัมผัสกับสิ่งที่คุ้นเคย
- ภาพ : กระป๋องซุป ศิลปิน : วาร์โฮล (Andy Warhol)
- บุกเบิกนำเรื่องราวชีวิตประจำวันของสังคมอุตสาหกรรมมาสร้างเป็นผลงานศิลปะ
- ภาพ : ผู้หญิงกับเครื่องสำอางศิลปิน : ไธบอด (Thiebaud Wayne)
- เชื่อว่า “ การมองเห็นและสีเป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุด ”
- อาจเรียกว่า Retina-Tourtourers,Visual Sadicts หรือ Abstract lllusionists
- ภาพ : Pal-Ket ศิลปิน : วิกเตอร์วาสซาเรลี
- ภาพ : Cataract 3 ศิลปิน : ไรเลย์ (Bridger Riley)
- ให้ความสำคัญกับแผนการและกระบวนการทำงานมากกว่าตัวผลงาน เนื้อหาของผลงานไม่มีขีดจำกัด
- หรือ Happening
- มีรากฐานทางสุนทรียภาพมาจาก คติดาดาและศิลปะประชานิยม
- สิ่งแวดล้อม แอลลันแคปโรว์ เป็นผู้นำคำว่า Happening มาใช้จนเป็นที่รู้จักกันทั่วไป
- ภาพ : การแสดงแสงและไฟ ศิลปิน : ซิงเกลอร์ (Paris Sigler) ใช้แสงและสีในช่วงเวลาเพียง 8 วินาที และบันทึกภาพเก็บไว้ด้วยกล้องดิจิตอล
- ศิลปะที่ใช้แนวคิด (Concepts) หรือความคิด (Idea
- ศิลปินจะต้องวางแผนและตัดสินใจว่าจะทำอะไรไว้ก่อน งานที่สำเร็จคือผลพลอยได้
- มาร์เซล ดูแชมป์ (Marcel Duchamp) ศิลปินชาวฝรั่งเศสเป็นผู้บุกเบิก
- เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Earth art
- สร้างสรรค์เป็นรูปทรงโดยใช้วัสดุต่างๆ ที่มีอยู่แล้วในสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติ
- อยู่ได้ไม่นาน ก็หายไปกับธรรมชาติ
- การห่อหน้าผา (เอาผ้ามาคลุมหน้าผา ลิเติ้ลเบย์ ยาวถึง 1 ไมล์ )ศิลปิน : คริสโต และ จีนน์ โกลด
- Spiral Jetty (นำหิน ดิน และสาหร่ายทับถมจัดรวมกันเป็นรูปก้นหอยยาวทอดออกไปกลางทะเลสาบ Great Salt Lake ) ศิลปิน : โรเบิร์ต สมิทสัน
- ศิลปะที่สร้างขึ้นด้วยคอมพิวเตอร์ในรูปแบบดิจิตอล
- อาจใช้วิธีสแกนภาพ หรือวาดเป็นภาพขึ้นมาเองโดยใช้ซอฟต์แวร์
- ศิลปะที่ใช้วัสดุทางประติมากรรมร่วมกับวัสดุอื่นๆ เพื่อเติมแต่งพื้นที่ว่าง
- เช่น : โครงการ The swap box project จัดทำกล่องบริจาคและกล่องรับบริจาคด้วยฝีมือของศิลปินเอง แขวนไว้ให้ผู้คนที่สัญจรไปมาหยิบของในกล่องบริจาคและบริจาคของกลับคืนมายังกล่องรับบริจาค
เรียบเรียง Anvy
edit @ 6 Mar 2012 16:03:15 by anvy